เป็นวิธีลัดอีกวิธีหนึ่ง เรื่องของการคูณด้วย จำนวนเลข 125
เรารู้สึกว่า 125 เป็นจำนวนที่มากจังเลย แต่ว่ามีวิธีที่ง่ายกว่านี้นั่น
ก็คือ ให้ใช้ เลข 8 ไปหารเลขจำนวนนั้นแทน หารได้เท่าไหร่ ให้
นำใส่ลงไปก่อน
แต่ว่าเราจะต้องมาดูอีกทีนะคะ ดังนี้ค่ะ
* ถ้าหารลงตัว เศษ 0 ให้ต่อท้ายผลลัพธ์ด้วยเลข 000 สามตัว
เลยนะคะ เป็นคำตอบค่ะ
* ถ้าเราไม่ลงตัว เหลือเศษ ให้เอาเศษนั้นนำไปคูณกับ 125 นะคะ
ได้เท่าไหร่แล้วเอาไปวางต่อท้ายผลลัพธ์ที่เราได้จากการหารด้วย 8
เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ
-------------------------------------------------------------------
มาดูตัวอย่าง
จงหาค่าของ 32 x 125
วิธีคิด
32 x 125 = 32
8
= 4 (เลข 4 หารลงตัว) ให้นำ 000 ไปต่อท้ายเลข 4
= 4000 (แบบนี้นะคะ คือคำตอบ)
--------------------------------------------------------------------
วิธีคิด
จงหาค่าของ 26 x 125 = 26
8
= 3 เหลือเศษ 2
(ให้เอาเศษ 2 x 125 จะได้ 250 )
ให้นำ 250 ไปต่อท้ายเลข 3
= 3250 (แบบนี้นะคะ คือคำตอบ)
Rinlaporn&Omsin
แหล่งรวมข้อสอบ สรุปและเทคนิคคิดเลขให้รวดเร็วทันใจ ข้อสอบทุกระดับ ทุกสาขาวิชา
จำนวนการดูหน้าเว็บรวม
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลักการคิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลักการคิด แสดงบทความทั้งหมด
14 กันยายน 2554
การบวกเลขหลายจำนวนหลายหลักที่มีค่าไม่เรียงกันแต่ใกล้เคียงกัน
การบวกเลขหลายจำนวนหลายหลักที่มีค่าไม่เรียงกันแต่ใกล้เคียงกัน
ลักษณะนี้ให้ใช้ค่าประมาณที่มีค่ากลาง ๆ ของเลขจำนวนทั้งหมด แล้ว
เราก็เทียบดูว่า เลขจำนวนอื่น ๆ กับจำนวนที่กำหนดมาให้นี้ มีค่ามากกว่า
หรือน้อยกว่าเลขที่กำหนดไว้เท่าใด
ถ้าน้อยกว่าต้องเอาไป ลบ ออก
ถ้ามากกว่าต้องเอาไป บวก เพิ่ม
ตัวอย่าง
จากโจทย์ 23 + 25 + 28
วิธีคิด
ให้เราหาค่ากลาง ๆ ก่อน จะเห็นว่าค่ากลางเราจะได้ 26
หาได้จาก
23 มีค่าน้อยกว่า 26 อยู่ 3*
25 มีค่าน้อยกว่า 26 อยู่ 1
28 มีค่ามากกว่า 26 อยู่ 2*
ในการเปรียบเทียบค่าน้อยซึ่งมีค่า 3 กับ 1 เป็น 4
กับค่ามาก 2 จะเห็นว่า เลข น้อยกว่า กับ มากกว่า นี้
ฝ่ายน้อยกว่าจะมีค่ามากกว่า ฝ่ายมากกว่า 2
ดังนั้น จะต้องเอา 2 นี้ไปลบออก
จากผลลัพธ์ที่เราได้ ก็คือ 76
23 + 25 + 28 = 25 + 3 (*ค่าน้อยกว่า) - 2 (*ค่ามากกว่า)
= 25 x 3 = 75 + 3 - 2
= 78 - 2
= 76
--------------------------------------------------------------------------
Rinlaporn&Omsin
ลักษณะนี้ให้ใช้ค่าประมาณที่มีค่ากลาง ๆ ของเลขจำนวนทั้งหมด แล้ว
เราก็เทียบดูว่า เลขจำนวนอื่น ๆ กับจำนวนที่กำหนดมาให้นี้ มีค่ามากกว่า
หรือน้อยกว่าเลขที่กำหนดไว้เท่าใด
ถ้าน้อยกว่าต้องเอาไป ลบ ออก
ถ้ามากกว่าต้องเอาไป บวก เพิ่ม
ตัวอย่าง
จากโจทย์ 23 + 25 + 28
วิธีคิด
ให้เราหาค่ากลาง ๆ ก่อน จะเห็นว่าค่ากลางเราจะได้ 26
หาได้จาก
23 มีค่าน้อยกว่า 26 อยู่ 3*
25 มีค่าน้อยกว่า 26 อยู่ 1
28 มีค่ามากกว่า 26 อยู่ 2*
ในการเปรียบเทียบค่าน้อยซึ่งมีค่า 3 กับ 1 เป็น 4
กับค่ามาก 2 จะเห็นว่า เลข น้อยกว่า กับ มากกว่า นี้
ฝ่ายน้อยกว่าจะมีค่ามากกว่า ฝ่ายมากกว่า 2
ดังนั้น จะต้องเอา 2 นี้ไปลบออก
จากผลลัพธ์ที่เราได้ ก็คือ 76
23 + 25 + 28 = 25 + 3 (*ค่าน้อยกว่า) - 2 (*ค่ามากกว่า)
= 25 x 3 = 75 + 3 - 2
= 78 - 2
= 76
--------------------------------------------------------------------------
Rinlaporn&Omsin
การบวกเลขหลายหลักหลายจำนวนที่มีค่าเรียงกัน
การบวกเลขหลายหลักหลายจำนวนที่มีค่าเรียงกัน
ลักษณะแบบนี้ให้เราให้ค่าเฉลี่ยของจำนวนเลขที่กำหนดให้
แล้วนำมาคูณด้วยจำนวน (เทอม) กี่จำนวของเลขที่ต้องการหาค่า
ผลบวก
กรณีที่ 1
ถ้าในโจทย์กำหนดจำนวนที่จะบวกเป็นจำนวนคี่ ค่าเฉลี่ยคือ
จำนวนที่อยู่กลาง เช่น
15 + 16 + 17
ค่าเฉลี่ยที่จะใช้ก็คือ 16
ตัวเลขที่กำหนดมาให้นั้นมี 3 จำนวน ดังนั้นผลบวกของ
15 + 16 + 17 หาได้จาก 16 x 3 ได้ 48
หรือ 100 + 102 +103 + 104 + 105 = 103 x 3
= 309 คือคำตอบ
-------------------------------------------------------------------------
กรณีที่ 2
ถ้าในโจทย์กำหนดจำนวนที่จะบวกเป็นจำนวนคู่ ค่าเฉลี่ยคือ
จำนวนที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเลขสองจำนวน ที่อยู่กลางกลุ่ม เช่น
35 + 36 + 37 + 38
ค่าเฉลี่ยของเลขจำนวนนี้ ก็คือ 36 .5
ตัวเลขที่กำหนดมาให้นั้นมี 4 จำนวน ดังนั้นผลบวกของ
35 + 36 + 37 + 38 หาได้จาก = 36.5 x 4 ได้ 144
= 144 คือคำตอบ
Rinlaporn&Omsin
ลักษณะแบบนี้ให้เราให้ค่าเฉลี่ยของจำนวนเลขที่กำหนดให้
แล้วนำมาคูณด้วยจำนวน (เทอม) กี่จำนวของเลขที่ต้องการหาค่า
ผลบวก
กรณีที่ 1
ถ้าในโจทย์กำหนดจำนวนที่จะบวกเป็นจำนวนคี่ ค่าเฉลี่ยคือ
จำนวนที่อยู่กลาง เช่น
15 + 16 + 17
ค่าเฉลี่ยที่จะใช้ก็คือ 16
ตัวเลขที่กำหนดมาให้นั้นมี 3 จำนวน ดังนั้นผลบวกของ
15 + 16 + 17 หาได้จาก 16 x 3 ได้ 48
หรือ 100 + 102 +103 + 104 + 105 = 103 x 3
= 309 คือคำตอบ
-------------------------------------------------------------------------
กรณีที่ 2
ถ้าในโจทย์กำหนดจำนวนที่จะบวกเป็นจำนวนคู่ ค่าเฉลี่ยคือ
จำนวนที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเลขสองจำนวน ที่อยู่กลางกลุ่ม เช่น
35 + 36 + 37 + 38
ค่าเฉลี่ยของเลขจำนวนนี้ ก็คือ 36 .5
ตัวเลขที่กำหนดมาให้นั้นมี 4 จำนวน ดังนั้นผลบวกของ
35 + 36 + 37 + 38 หาได้จาก = 36.5 x 4 ได้ 144
= 144 คือคำตอบ
Rinlaporn&Omsin
5 กันยายน 2554
เลขหลักเดียวหลายจำนวนไม่เรียงกัน
เลขหลักเดียวหลายจำนวนไม่เรียงกัน
การหาผลบวกของจำนวนเลขหลักเดียวหลายจำนวน
แต่เลขไม่เรียงลำดับกัน เช่น 4, 1, 6, 9, 5, 6, 2, 5, 6, 8
วิธีคิด
จับคู่ให้เลขสองตัวรวมกันจะได้ 10
ดังนี้ คือ
4 คู่กับ 6 จะได้ 10
1 คู่กับ 9 จะได้ 10
5 คู่กับ 5 จะได้ 10
2 คู่กับ 8 จะได้ 10
---------------------------------
จะเห็นว่าเมื่อจับคู่กันแล้ว คู่ที่ผลลัพธ์เท่ากับ 10 มีทั้งหมด 4 คู่
ซึ่งผลบวกของทั้ง 4 คู่ ให้นำ 4 x 10 = 40
ส่วนจำนวนที่เหลือ 6 กับ 6 เอามารวมกัน จะได้ 12
ดังนั้น ผลบวกทั้ง 10 จำนวน จะได้ 40 กับอีก 12
ให้นำ 40 + 12 = 42
คำตอบก็คือ 42
***********************************
Rinlaporn&Omsin
การหาผลบวกของจำนวนเลขหลักเดียวหลายจำนวน
แต่เลขไม่เรียงลำดับกัน เช่น 4, 1, 6, 9, 5, 6, 2, 5, 6, 8
วิธีคิด
จับคู่ให้เลขสองตัวรวมกันจะได้ 10
ดังนี้ คือ
4 คู่กับ 6 จะได้ 10
1 คู่กับ 9 จะได้ 10
5 คู่กับ 5 จะได้ 10
2 คู่กับ 8 จะได้ 10
---------------------------------
จะเห็นว่าเมื่อจับคู่กันแล้ว คู่ที่ผลลัพธ์เท่ากับ 10 มีทั้งหมด 4 คู่
ซึ่งผลบวกของทั้ง 4 คู่ ให้นำ 4 x 10 = 40
ส่วนจำนวนที่เหลือ 6 กับ 6 เอามารวมกัน จะได้ 12
ดังนั้น ผลบวกทั้ง 10 จำนวน จะได้ 40 กับอีก 12
ให้นำ 40 + 12 = 42
คำตอบก็คือ 42
***********************************
Rinlaporn&Omsin
การบวกเลขหลักเดียวเรียงกัน
การบวกเลขหลักเดียวเรียงกันวิธีที่ 2
วิธีจำ
นำเลขจำนวนท้าย x เลขจำนวนถัดไป ได้ผลลัพธ์เท่าไร ÷
ด้วย 2 เป็นคำตอบก็ได้
ตัวอย่าง
จงหาผลบวกของ 1, 2, 3, 4,...... 10
วิธีคิด
10 X 11 = 55
2
***********************
Rinlaporn&Omsin
วิธีจำ
นำเลขจำนวนท้าย x เลขจำนวนถัดไป ได้ผลลัพธ์เท่าไร ÷
ด้วย 2 เป็นคำตอบก็ได้
ตัวอย่าง
จงหาผลบวกของ 1, 2, 3, 4,...... 10
วิธีคิด
10 X 11 = 55
2
***********************
การบวกเลขหลักเดียวที่เรียงกัน
การบวกเลขหลักเดียวที่เรียงกัน
ตัวเลขหลักเดียวมีหลายจำนวนที่จะบวกนั้น เรียงตามลำดับ
จากน้อยไปหามาก หรือจากมากไปหาน้อย เช่น
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10..... หรือ
..... 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1
มีวิธีคิด ดังนี้
ให้แบ่งเลขหลักเดียวเป็นคู่ ๆ แต่ละคู่มีผลลัพธ์เท่ากัน เช่น
จับ 1 คู่กับ 10 ได้ 11
จับ 2 คู่กับ 9 ได้ 11
จับ 3 คู่กับ 8 ได้ 11
จับ 4 คู่กับ 7 ได้ 11
จับ 5 คู่กับ 6 ได้ 11
ซึ่งจะได้ 5 คู่ด้วยกัน โดยคู่หนึ่งๆ มีผลลัพธ์เป็น 11
---------------------------
ดังนั้น คือ 1 บวกไปถึง 10 จะได้คำตอบ 55
หรือ 5 คู่ x ผลลัพธ์ 11 = 55
************************
Rinlaporn&Omsin
ตัวเลขหลักเดียวมีหลายจำนวนที่จะบวกนั้น เรียงตามลำดับ
จากน้อยไปหามาก หรือจากมากไปหาน้อย เช่น
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10..... หรือ
..... 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1
มีวิธีคิด ดังนี้
ให้แบ่งเลขหลักเดียวเป็นคู่ ๆ แต่ละคู่มีผลลัพธ์เท่ากัน เช่น
จับ 1 คู่กับ 10 ได้ 11
จับ 2 คู่กับ 9 ได้ 11
จับ 3 คู่กับ 8 ได้ 11
จับ 4 คู่กับ 7 ได้ 11
จับ 5 คู่กับ 6 ได้ 11
ซึ่งจะได้ 5 คู่ด้วยกัน โดยคู่หนึ่งๆ มีผลลัพธ์เป็น 11
---------------------------
ดังนั้น คือ 1 บวกไปถึง 10 จะได้คำตอบ 55
หรือ 5 คู่ x ผลลัพธ์ 11 = 55
************************
Rinlaporn&Omsin
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
