จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลักภาษาไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลักภาษาไทย แสดงบทความทั้งหมด

10 กุมภาพันธ์ 2555

* คำสรรพนาม

..........คำสรรพนาม
          คือ คำที่ใช้แทนคำนามที่ผู้พูดหรือผู้เขียนได้กล่าวแล้ว
หรือเป็นที่เข้าใจระหว่างผู้ฟังและผู้พูด เพื่อไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำ
มีวิธีใช้ดังนี้

๑. ใช้แทนคำชื่อของคนที่สนทนากัน คือ
     แทนชื่อผู้พูด  เช่น ฉัน ดิฉัน ผม กระผม ข้าพเจ้า
     แทนชื่อผู้ที่พูดด้วย เช่น คุณ เธอ ท่าน ใต้เท้า
     แทนชื่อผู้ที่เราพูดถึง เช่น เขา เธอ ท่าน มัน

๒. ใช้แทนคำชื่อที่กล่าวมาแล้วเพื่อชี้ระยะ มีคำว่า นี่ นั่น โน่น ฯลฯ

๓. ใช้แทนคำชื่อที่กล่าวมาแล้วเพื่อแบ่งหรือรวมประโยค มีคำว่า
บ้าง กัน ต่าง ฯลฯ เช่น

          เราต้องช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ
          ทุกคนต่างก็ตั้งใจอ่านหนังสืออย่างเต็มที่
          ชาวนาแถบนี้บ้างก็ทำไร่ข้าวโพดบ้างก็ปลูกขิง

๔. ใช้แทนคำชื่อเพื่อเชื่อมประโยคที่มีคำว่า ที่ ซึ้ง อัน ฯลฯ เช่น
          ฉันชอบอ่านหนังสือที่อ่านแล้วให้ความรู้
          คนเราต้องพึ่งพาอาศัยซึ้งกันและกัน
          การกระทำอันขาดสติย่อมย่อมเกิดผลเสียแก่ตนเองและผู้อื่น

๕. ใช้แทนคำชื่อที่ไม่เฉพาะเจาะจง มีคำว่า ใคร อะไร ไหน ฯลฯ เช่น
          อะไร ๆ ก็ทำไม่เป็น
          พูดเสียงดังลั่นใคร ๆ ก็ได้ยิน
          เธอจะเอาอย่างไหนกันแน่

----------------------------------
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:สรุปหลักภาษาไทย การใช้ภาษาไทย
Rinlaporn&Omsin

* คำนาม

คำนาม คือ คำที่แสดงความหมายถึงคน สัตว์ สิ่งของ สภาพ อาการ
สถานที่ ลักษณะซึ่งรวมทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวต เช่น ดาวเรือง นกกระสา
เก้าอี้ คำนามบางคำไม่ได้บอกชื่อคน สัตว์ สิ่งของ สภาพ อาการ สถานที่
แต่บอกลักษณะ และนามที่บอกลักษณะนี้ เราเรียกว่า ลักษณะนาม มักจะ
อยู่หลังคำบอกจำนวน เช่น ช้าง ๑ ตัว บ้าน ๓ หลัง ปากกา ๒ ด้าม
..........คำว่า ตัว เป็นลักษณะนามของ ไก่
..........คำว่า หลัง เป็นลักษณะนามของ บ้าน
..........คำว่า ด้าม เป็นลักษณะนามของ ปากกา

..........การใช้คำลักษณะนาม นอกจากสามารถใช้ตามหลังจำนวนแล้ว
ยังสามารถตามหลังคำนามก็ได้  เช่น เสื้อตัวสีเขียวสวยจริง ๆ มะนาว
ต้นนี้สูงมาก โรงเรียนหลังนี้ใหญ่

คำนามมีหลายชนิด ดังนี้
๑. คำนามทั่วไป เป็นคำที่ไม่ชี้เฉพาะว่าเป็นสิ่งไหน เช่น ดินสอ สมุด
ปากกา กระป๋อง ฯลฯ

๒. คำนามเฉพาะ เป็นคำที่ชี้เฉพาะลงไปว่าเป็นใครหรือสิ่งใด เช่น
นายสมชายวิ่งเก่ง

๓. คำนามบอกหมวดหมู่ เป็นคำที่บอกว่ามีหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง
รวมกัน เช่น ฝูงช้าง กองดิน ฯลฯ

๔. คำนามบอกอาการ เป็นคำที่บอกการกระทำหรือการแสดงมักมีคำว่า
ความ การ อยู่ข้างหน้า ตัวอย่างเช่น การนอนหลับ การเรียน ความดี
ความชั่ว ความกลัว ฯลฯ

๕. คำนามบอกลักษณะ เป็นคำตามหลังจำนวนบอกลักษณะของนามนั้นๆ
ดังตัวอย่างเช่น ปากกา ๓ ด้าม ไข่ ๓ ฟอง

หน้าที่ของคำนาม
มีดังนี้
๑. ทำหน้าที่เป็นประธาน เช่น นารีจับปลา
๒. ทำหน้าที่เป็นกรรม เช่น น้องดิวชอบเล่นฟุตบอล
๓. ทำหน้าที่เป้นกรรมตรงและกรรมรอง เช่น แม่เย็บเสื้อให้ฉัน
๔. ทำหน้าที่ขยายคำนามอื่น
๕. ทำหน้าที่ขยายกริยา บอกสถานที่ ทิศทาง หรือเวลา เช่น
เขาไปตลาด วิภาชอบทำงานตอนเย็น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:สรุปหลักภาษาไทย การใช้ภาษาไทย
Rinlaporn&Omsin