แหล่งรวมข้อสอบ สรุปและเทคนิคคิดเลขให้รวดเร็วทันใจ ข้อสอบทุกระดับ ทุกสาขาวิชา
จำนวนการดูหน้าเว็บรวม
26 ตุลาคม 2554
นอกเมือง...ในกรุง
บทที่ ๑๐
นอกเมือง...ในกรุง
เนื้อหา
..........นอกเมือง...ในกรุง เป็นเรื่องของเด็กชายไก่แจ้ที่อยู่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้เข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยเริ่มเรื่องจากไก่แจ้อยู่กับพ่อ แม่ ตา และ ยายที่หมู่บ้านเล็ก ๆ อยุ่ไกลจากตัวเมืองมาก บริเวณบ้านของไก่แจ้มีพื้นที่กว้าง พอพ้นจากตัวบ้านจะเป็นพื้นที่สวนครัว มีผักหลายชนิด เช่น พริก มะเขือ ข่า ตะไคร้ โหระพา ดอกแค ขี้เหล็ก ต่อจากนั้นก็เป็นสวนผลไม้ซึ้งมีมะม่วงน้ำดอกไม้ที่มีรสหวานอร่อย ส่วนรั้วบ้านก็เป็นรั้วกินได้ คือปลูกกระถินเป็นแนวไว้สำหรับเก็บยอดอ่อนรับประทาน ไก่แจ้เรียกผักสวนครัว ผลไม้ และยอดกระถินริมรั้วว่า " อาหารมิตรภาพ " เพื่อนบ้านคนไหนอยากกินก็มาขอกินได้ พอถึงหน้ามะม่วง ตากับพ่อจะช่วยกันสอยลงมาแจกบ้านโน้นบ้านนี้ คนที่ได้รับแจกมะม่วงจะทำข้าวเหนียวมูนมาให้
..........ตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน ไก่แจ้จะช่วยพ่อให้อาหารไก่และเก็บไข่ไก่ไว้เป็นอาหารส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือจะนำไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อกับข้าวที่แม่บอก โรงเรียนของไก่แจ้อยู่ในวัดท้ายหมู่บ้าน ไก่แจ้และเพื่อน ๆ จึงเดินไปโรงเรียน เดินไปคุยกันไปโดยไม่รีบร้อนและไม่ต้องคอยระวังรถที่จะชน เพราะไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่าน อากาศเย็นสบายและปลอดโปร่งทำให้สดชื่นและหายใจได้เต็มปอด เวลารับประทานอาหารกลางวัน เพื่อน ๆ เพื่อน ๆ และไก่แจ้จะนำกับข้าวของตนมาวางไว้เป็นกองกลาง นั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน ทำให้ได้กินอาหารหลายรสชาติแตกต่างกันไป หลังเลิกเรียน ไก่แจ้และเพื่อน ๆ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะพากันเล่นเตะฟุตบอล บ้างก็เล่นตี่จับ กระโดเชือก วิ่งแข่ง ที่สนามหญ้าหน้าโรงเรียนเป็นการออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพดี ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไก่แจ้เลยหัวแข็งไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย ๆ
..........แล้ววันหนึ่งพ่อก็มาบอกไก่แจ้ว่า ช่วงปิดเรียนภาคปลายจะพาไก่แจ้ไปอยู่กับอาหนอดที่กรุงเทพฯ เพื่อไปเรียนเสริมทักษะวิชาศิลปะและคอมพิวเตอร์ซึ่งถูกใจไก่แจ้มาก พอไปถึงบ้านอาหนอดที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งทุกบ้านแทบไม่มีบริเวณ มีกำแพงปละประตูเหล็กปิดกั้นไม่เห็นภายใน ต่างคนต่างอยู่ ต้นไม้ใหญ่ ๆ มีให้เห็นบ้างแต่เป็นต้นไม้ประเภทสวยงามมากกว่าพวกอาหารมิตรภาพอย่างแถวบ้านไก่แจ้
..........ที่บ้านอาหนอด ไก่แจ้ต้องตื่นตั้งแต่ตีหา้ครึ่งเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน อาหนอดบอกว่า ถ้าออกจากบ้านหลังหกโมงเช้ารถจะติดมาก ไก่แจ้มัวแต่กินข้าวช้าเพราะกินไม่ค่อยลง และต้องหยิบอุปกรณ์การเรียนหลายครั้งทำให้อาหนอดขับรถออกจากบ้านช้าไป ๑๕ นาที พอโผล่ออกจากหมู่บ้านจะเข้าถนนใหญ่ก็เห็นรถติดกันจนมองไม่เห็นพื้นถนน ทุกคนดูรีบร้อนเพื่อจะไปให้ถึงจุดหมายกันทั้งนั้น และกว่าอาหนอดจะขับรถเลี้ยวเข้าถนนที่จะไปที่ทำงาน อาหนอดต้องคอยอยู่นานจึงมีคนใจดียอดเปิดทางให้อาหนอดขับรถแทรกเข้าไปและขับรถเลี้ยวได้
..........อาหนอดจอดรถไว้ที่ที่ทำงานแล้วพาไก่แจ้เดินไปที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักเพื่อจะไปโรงเรียน ไก่แจ้เดินดูร้านขายของสารพัดจนเพลินจึงถูกคนเดินชนจนเซหลายครั้ง อาหนอดพาไก่แจ้เดินลงไปสถานีรถฟฟ้าใต้ดินซึ่งอยู่ลึกมาก ต้องลงทั้งบันไดเลื่อนและบันไดธรรมดา ต้องซื้อเหรียญเป็นค่าโโดยสารตามระยะทางที่ไปแล้วนำเหรียญมาแตะตรงจุดที่กำหนดเพื่อให้ประตูทางที่จะไปขึ้นรถเปิด ถ้าเดินช้าก็จะถูกประตูหนีบตัวเอา ผู้คนเต็มไปหมด ทุกคนดูเร่งรีบ ในรถไฟฟ้าใต้ดินมีที่นั่งจำกัด หลายคนต้องยืน รวมทั้งอาหนอดด้วย ไม่มีใครสละที่ให้เด็กนั่ง ไก่แจ้ต้องกอดเองอาหนอดไว้แน่นเพราะกลัวหกล้มและรู้สึกอึดอัด เหมือนไม่มีอากาศหายใจ พอถึงที่หมายต้องรีบออกจากรถ หยอดเหรียญโดยสารคืนใส่ตู้เพื่อให้ประตูทางออกเปิด แล้วรีบเดินขึ้นไปชั้นบนของสถานี ไก่แจ้เดินอย่างไม่มีแรง หน้าซีด เพราะเมารถเมาคน เลยต้องยืนพิงผนังพักสักครู่
..........อาหนอดไปส่งไก่แจ้ที่โรงเรียนและบอกไก่แจ้ว่าตอนเย็นจะมารับแล้วจึงกลับไปที่ทำงาน ตอนพักกลางวัน ไก่แจ้เริ่มรู้จักเพื่อน ๒ - ๒ คน แต่ยังไม่ได้คุยอะไรกันมาก เพราะเวลาคุยกับเขาก็คุยแต่เรื่องเกม โทรศพท์ มือถือ ละครโทรทัศน์ ไก่แจ้ไม่รู้เรื่องเลยนั่งฟังเฉย ๆ ได้แต่คิดว่าคงต้องไปหาความรู้จากอาหนอด อาหารกลางวันต่างคนต่างซื้อ ต่างคนต่างรับประทาน ไม่เหมือนเพื่อน ๆ ที่บ้านของไก่แจ้
..........พอโรงเรียนเลิกอาหนอดก็มารับกลับบ้าน โดยขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินเหมือนเดิมแล้วไปขึ้นรถอาหนอด กวาจะถึงบ้านก็เกือบทุ่ม ไก่แจ้หิวข้าวจนตาลาย โชคดีที่ย่าทำกับข้าวไว้แล้ว กินข้าวเสร็จก็อาบน้ำ เข้านอนทันทีโดยไม่ได้ยินคำถามที่ย่าถามว่า " ตกลงจะมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯไหม? ลูก มาอยู่กับย่าเลยนะ " ถ้าเพื่อนๆ เป็นไก่แจ้คิดว่า " อยู่ที่ไหน ดีกว่ากัน "
Rinlaporn&Omsin
อาหารที่ดีมีคุณภาพ
บทที่ ๙
อาหารดีมีคุณภาพ
เนื้อหา
..........อาหารที่ดีมีคุณภาพ เป็นเรื่องการเลือกอาหารกินของคนในในครอบครัวหนึ่งโดยเริ่มต้นด้วยพ่อแม่พาลูกสาวชื่อปอกับป๋อไปออกกำลังกายที่สวนสมเด็จย่าใกล้บ้านทุกอาทิตย์และได้รับแจกหนังสือ ๑๙๐ เมนูชูสุขภาพ ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีรายการอาหารมากมาย ซึ่งเขาเลือกมาแล้วว่ามีคุณค่าทางอาหารที่จะช่วยให้คนไทยมีสุขภาพดี ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย เขาจัดอาหารเป็นกลุ่ม ๆ และบอกด้วยว่า แต่ละกลุ่มช่วยให้สุขภาพดีอย่างไรเช่น
..........กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ให้ใยอาหารสูง ช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวก ป้องกันโรคท้องผูกและริดสีดวงทวาร ได้แก่ ข้าวยำปักษ์ใต้ ยำผักรวม น้ำพริกต่าง ๆ โจ๊กข้าวกล้อง ข้าวกล้อง ผัดรวมมิตร ขนมจีนน้ำยาป่า ขนมจีนแกงป่า ฯลฯ
..........กลุ่มที่ ๒ กลุ่มที่ให้แคลเซี่ยมสูง ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรงป้องกันโรคกระดูกพรุน ได้แก่ น้ำพริกกะปิ ปลาทู ยำยอดคะน้า ลาบเต้าหู้ น้ำพริกปลาร้า ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ฯลฯ
..........กลุ่มที่ ๓ กลุ่มที่ให้วิตามินเอและธาตุเหล็กสูง ช่วยให้ดวงตาสดใส เพิ่มความต้านทานโรค ช่วยในการเจริญเติบโต เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ได้แก่ เกาเหลาเลือดหมู แกงจืดตำลึง ซุปฟักทอง ซุปข้าวโพด ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวผัดรวมมิตร ก๋วยเกี๋ยวต้มยำ ฯลฯ
..........กลุ่มที่ ๔ กลุ่มที่มีไขมันต่ำ ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน โรคเบาหวาน ได้แก่ ปลากะพงลวกจิ้ม ปลาช่อนเผา ส้มตำ สุกี้น้ำ ต้มยำกุ้ง ลาบปลา ก๋วยเตี๋ยวปลา ฯลฯ
..........พ่อแม่และลูกสาวทั้งสองคนจึงช่วยกันเลือกอาหารที่จะรับประทานกันในแต่ละมื้อให้เป็นไปตามหนังสือ ๑๙๐ เมนูชูสุขภาพที่แม่ได้รับแจกมาโดย
พ่อ เป็นผู้เลือกอาหารมื้อกลางวันของวันอาทิตย์นี้ คือ ข้าวคลุกกะปิกับแกงจืดเต้าหู้ เพราะว่ามีแคลเซี่ยมสูง ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ซึ่งทุกคนเห็นด้วย
แม่ จะทำลาบปลาดุกกินกับผักสดที่เก็บจากสวนหลังบ้านเป็นอาหารมื้อเย็น เพราะเป็นอาหารที่มีไขมันต่ำ กินแล้วไม่ทำให้อ้วน ช่วยป้องกันโรคหัวใจ
..........วันอาทิตย์ต่อมา
ป๋อ เลือกผักกะเพราไก่ใส่ตับ แกงจืดตำลึงใส่หมูสับ เพราะมีวิตามินเอและธาตุเหล็กสูง เด็ก ๆ จะได้มีดวงตาที่สดใส
......... อาทิตย์ต่อไป
ปอ เลือกข้าวยำปักษ์ใต้ซึ่งเป็นอาหารกลุ่มที่มีใยอาหารสูง กินแล้วท้องไม่ผูก ในแต่ละสัปดาห์ทุกคนจะมีความสุขมากที่ได้เลือกอาหารสุขภาพสลับสับเปลี่ยนกันไป
Rinlaporn&Omsin
คิดไปรู้ไป
บทที่ ๘
คิดไปรู้ไป
เนื้อหา
..........คิดไปรู้ไป เป็นการทำรายงานเรื่อง กีฬาโอลิมปิก ของแม่นกับป๊อก โดยเริ่มเรื่องจากแม่ของแม่น ได้รับโทรศัพท์ จากแม่ของป๊อกว่าป๊อกจะมาช้าหน่อยเพราะรถของป๊อกเสีย กำลังซ่อมอยู่ แต่ในที่สุดแม่ของป๊อกก็พาป๊อกนั่งแท็กซี่มาที่บ้านแม่นเพราะรถซ่อมไม่เสร็จ ป๊อกเป็นเพื่อนรักของแม่น เป็นเด็กพิเศษที่เรียกว่า "ออทิสติก" ป๊อกไม่ค่อยสบสายตาเวลาพูด ชอบอยู่คนเดียว บางครั้งก็หัวเราะโดยไม่มีสาเหตุ เราต้องพูดประโยคสั้น ๆ เขาจึงจะจำได้ ถ้าพูดยาวเขาจะไม่เข้าใจ แต่เขาเล่นเปียโนเก่ง มีความจำเป็นเลิศ และไม่แกล้งใคร
..........เมื่อป๊อกมาถึงและรับประทานอาหารเช้าซึ่งแม่ของแม่นเตรียมไว้ให้คือ แซนด์วิชกับน้ำแอปเปิ้ล แล้วป๊อกก็เข้านั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เข้าเว็บไซต์ และคีย์ข้อมูล ประวัติโอลิมปิก ตามที่แม่นบอก ป๊อกเป็นคนเข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้เก่งมาก พิมพ์คล่อง รอเพียงชั่วครู่ ข้อความยาวเหยียดก็ปรากฎที่หน้าจอ แม่นบอกให้ป๊อกพริ้นออกมาจะได้อ่านได้สะดวก ถ้าอ่านในจอจะเสียสายตา เพราะแสงสว่างมาก ทั้งสองคนอ่านข้อมูลที่ค้นออกมาได้ รอบๆ ตัวมีกองหนังสือพิมพ์หลายฉบับซึ่งมีทั้งภาพและข่าวการแข่งขันกีฬาข้อมูลกีฬาโอลิมปิกที่ค้นมาได้พอสรุปได้ดังนี้
..........การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้จัดให้มีขึ้นเมื่อ ๑๐๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช บนยอดเขาโอลิมปัส แคว้นอีลิส ในประเทศกรีซ นักกีฬาเป็นผู้ชายเท่านั้นและจะต้องเปลือยกายเข้าแข่งขันเพื่อประกวดความสมส่วนของร่างกายด้วยและให้เข้าชมได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น
..........ต่อมาอีก ๓๐๐ ปี ได้ย้ายมาจัดการแข่งขันที่เชิงเขาโอลิมปัส ผู้เข้าแข่งขันต้องสวมกางเกงและเปิดให้ผู้หญิงเข้าชมได้ แต่ไม่อนุญาตเข้าแข่งขัน การแข่งขันเป็นประเภทกรีฑา ๕ ประเภท ผู้เข้าแข่งขะต้องแข่งทั้ง ๕ ประเภท ได้แก่ การวิ่ง กระโดด มวยปล้ำ พุ่งแหลน และขว้างจักร ผู้ชนะจะได้รับรางวัลเป็น มงกุฎที่ทำด้วยใบมะกอก และได้เดินทางท่องเที่ยวทุึกรัฐ การแข่งขันจะจัดให้มีขึ้นทุก ๆ ๔ ปี
..........การแข่งขันดำเนินมาเป็นเวลา ๑,๒๐๐ ปี แล้วยุติลงไปนานถึง ๑,๕๔๓ ปี มารื้อฟื้นขึ้นใหม่ใน ค.ศ. ๑๘๙๖ (พ.ศ. ๒๔๓๙)
..........ใน ค.ศ. ๒๐๐๔ (พ.ศ. ๒๕๔๗) ได้มีการจัดแข่งขันที่กรุงเอเธนส์ เรียกว่า "เอเธนส์ ๒๐๐๔" สหรัฐอเมริกาได้เหรียญทองเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ จีน ส่วนประเทศไทยได้เหรียญทอง ๓ เหรียญ เหรียญเงิน ๑ เหรียญ เหรียญทองแดง ๓ เหรียญ รวมเป็น ๗ เหรียญ จัดเป็นลำดับทที่ ๒๕
..........ส่วนการแข่งขันกีฬาของคนพิการในระดับนานาชาติ ที่เรียกว่า พาราลิมปิก นั้นก็ได้จัดให้มีขึ้นทุก ๆ ๔ ปี หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
..........พาราลิมปิกเกมส์จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงโรม เมืองหลวงของประเทศอิตาลี เมื่อ ค.ศ. ๑๙๖๐ (พ.ศ. ๒๕๐๓) มีกีฬาบังคับที่แข่งขันจนถึงปัจจุบัน ๖ ชนิด คือ ยิงธนู กรีฑา ว่ายน้ำ ฟันดาบ บาสเกตบอล และ เทเบิลเทนนิส
..........ประเทศไทยได้ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์เป็นครั้งแรก ในการแข่งขันครั้งที่ ๗ แต่ไม่ได้รับเหรียญ ได้รับเหรียญเงินครั้งแรกในการแข่งขันครั้งที่ ๙ ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และได้รับเหรีญญทองจากการแข่งขันครั้งที่ ๑๑ ที่ชิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
..........ค.ศ. ๒๐๐๔ (พ.ศ. ๒๕๔๗) ได้จัดแข่งขันขึ้นเป็นครั้งที่ ๑๒ ที่ประเทศกรีซ สถานที่ซึ่งเป็นที่เริ่มต้นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ได้มีการเพิ่ม การแข่งขัน ขึ้นเป็น ๒๑ ชนิด ไทยได้ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันเพิ่ม ๙ ชนิด ได้เหรียญทอง ๙ เหรียญ เหรียญเงิน ๓ เหรียญ และเหรียญทองแดง ๓ เหรียญ รวม ๑๕ เหรียญ
..........เมื่อแม่นและป๊อกสรุปเรื่องราวเสร็จป๊อกเป็นผู้พิมพ์รายงานแล้วพริ้นท์ออกมาเพื่อติดภาพจากหนังสือพิมพ์แล้วนำรูปเล่มพร้อมกับเซฟข้อมูลลงแผ่นดิสก์ เสร็จแล้วก็หยุดรับประทานอาหารเที่ยงที่แม่ของแม่นเตรียมไว้ให้ ซึ่งมีทั้งเฉาก๊วย คุกกี้ เค้กชอกโกแลต ไอศกรีมเยลลี่ และเมื่อแม่ไปซื้อกับข้าวเพื่อมาทำอาหารเย็นแม่นยังสั่งให้แม่ซื้อเย็นตาโฟ เต้าฮวย ส่วนป๊อกสั่งพิชซ่า และเฟรนซ์ฟรายอีกด้วย แล้วแม่นก็พูดกับป๊อกว่า "วันนี้ฝรั่งมาเองนะนี่"
Rinlaporn&Omsin
คิดไปรู้ไป
เนื้อหา
..........คิดไปรู้ไป เป็นการทำรายงานเรื่อง กีฬาโอลิมปิก ของแม่นกับป๊อก โดยเริ่มเรื่องจากแม่ของแม่น ได้รับโทรศัพท์ จากแม่ของป๊อกว่าป๊อกจะมาช้าหน่อยเพราะรถของป๊อกเสีย กำลังซ่อมอยู่ แต่ในที่สุดแม่ของป๊อกก็พาป๊อกนั่งแท็กซี่มาที่บ้านแม่นเพราะรถซ่อมไม่เสร็จ ป๊อกเป็นเพื่อนรักของแม่น เป็นเด็กพิเศษที่เรียกว่า "ออทิสติก" ป๊อกไม่ค่อยสบสายตาเวลาพูด ชอบอยู่คนเดียว บางครั้งก็หัวเราะโดยไม่มีสาเหตุ เราต้องพูดประโยคสั้น ๆ เขาจึงจะจำได้ ถ้าพูดยาวเขาจะไม่เข้าใจ แต่เขาเล่นเปียโนเก่ง มีความจำเป็นเลิศ และไม่แกล้งใคร
..........เมื่อป๊อกมาถึงและรับประทานอาหารเช้าซึ่งแม่ของแม่นเตรียมไว้ให้คือ แซนด์วิชกับน้ำแอปเปิ้ล แล้วป๊อกก็เข้านั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เข้าเว็บไซต์ และคีย์ข้อมูล ประวัติโอลิมปิก ตามที่แม่นบอก ป๊อกเป็นคนเข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้เก่งมาก พิมพ์คล่อง รอเพียงชั่วครู่ ข้อความยาวเหยียดก็ปรากฎที่หน้าจอ แม่นบอกให้ป๊อกพริ้นออกมาจะได้อ่านได้สะดวก ถ้าอ่านในจอจะเสียสายตา เพราะแสงสว่างมาก ทั้งสองคนอ่านข้อมูลที่ค้นออกมาได้ รอบๆ ตัวมีกองหนังสือพิมพ์หลายฉบับซึ่งมีทั้งภาพและข่าวการแข่งขันกีฬาข้อมูลกีฬาโอลิมปิกที่ค้นมาได้พอสรุปได้ดังนี้
..........การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้จัดให้มีขึ้นเมื่อ ๑๐๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช บนยอดเขาโอลิมปัส แคว้นอีลิส ในประเทศกรีซ นักกีฬาเป็นผู้ชายเท่านั้นและจะต้องเปลือยกายเข้าแข่งขันเพื่อประกวดความสมส่วนของร่างกายด้วยและให้เข้าชมได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น
..........ต่อมาอีก ๓๐๐ ปี ได้ย้ายมาจัดการแข่งขันที่เชิงเขาโอลิมปัส ผู้เข้าแข่งขันต้องสวมกางเกงและเปิดให้ผู้หญิงเข้าชมได้ แต่ไม่อนุญาตเข้าแข่งขัน การแข่งขันเป็นประเภทกรีฑา ๕ ประเภท ผู้เข้าแข่งขะต้องแข่งทั้ง ๕ ประเภท ได้แก่ การวิ่ง กระโดด มวยปล้ำ พุ่งแหลน และขว้างจักร ผู้ชนะจะได้รับรางวัลเป็น มงกุฎที่ทำด้วยใบมะกอก และได้เดินทางท่องเที่ยวทุึกรัฐ การแข่งขันจะจัดให้มีขึ้นทุก ๆ ๔ ปี
..........การแข่งขันดำเนินมาเป็นเวลา ๑,๒๐๐ ปี แล้วยุติลงไปนานถึง ๑,๕๔๓ ปี มารื้อฟื้นขึ้นใหม่ใน ค.ศ. ๑๘๙๖ (พ.ศ. ๒๔๓๙)
..........ใน ค.ศ. ๒๐๐๔ (พ.ศ. ๒๕๔๗) ได้มีการจัดแข่งขันที่กรุงเอเธนส์ เรียกว่า "เอเธนส์ ๒๐๐๔" สหรัฐอเมริกาได้เหรียญทองเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ จีน ส่วนประเทศไทยได้เหรียญทอง ๓ เหรียญ เหรียญเงิน ๑ เหรียญ เหรียญทองแดง ๓ เหรียญ รวมเป็น ๗ เหรียญ จัดเป็นลำดับทที่ ๒๕
..........ส่วนการแข่งขันกีฬาของคนพิการในระดับนานาชาติ ที่เรียกว่า พาราลิมปิก นั้นก็ได้จัดให้มีขึ้นทุก ๆ ๔ ปี หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
..........พาราลิมปิกเกมส์จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงโรม เมืองหลวงของประเทศอิตาลี เมื่อ ค.ศ. ๑๙๖๐ (พ.ศ. ๒๕๐๓) มีกีฬาบังคับที่แข่งขันจนถึงปัจจุบัน ๖ ชนิด คือ ยิงธนู กรีฑา ว่ายน้ำ ฟันดาบ บาสเกตบอล และ เทเบิลเทนนิส
..........ประเทศไทยได้ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์เป็นครั้งแรก ในการแข่งขันครั้งที่ ๗ แต่ไม่ได้รับเหรียญ ได้รับเหรียญเงินครั้งแรกในการแข่งขันครั้งที่ ๙ ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และได้รับเหรีญญทองจากการแข่งขันครั้งที่ ๑๑ ที่ชิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
..........ค.ศ. ๒๐๐๔ (พ.ศ. ๒๕๔๗) ได้จัดแข่งขันขึ้นเป็นครั้งที่ ๑๒ ที่ประเทศกรีซ สถานที่ซึ่งเป็นที่เริ่มต้นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ได้มีการเพิ่ม การแข่งขัน ขึ้นเป็น ๒๑ ชนิด ไทยได้ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันเพิ่ม ๙ ชนิด ได้เหรียญทอง ๙ เหรียญ เหรียญเงิน ๓ เหรียญ และเหรียญทองแดง ๓ เหรียญ รวม ๑๕ เหรียญ
..........เมื่อแม่นและป๊อกสรุปเรื่องราวเสร็จป๊อกเป็นผู้พิมพ์รายงานแล้วพริ้นท์ออกมาเพื่อติดภาพจากหนังสือพิมพ์แล้วนำรูปเล่มพร้อมกับเซฟข้อมูลลงแผ่นดิสก์ เสร็จแล้วก็หยุดรับประทานอาหารเที่ยงที่แม่ของแม่นเตรียมไว้ให้ ซึ่งมีทั้งเฉาก๊วย คุกกี้ เค้กชอกโกแลต ไอศกรีมเยลลี่ และเมื่อแม่ไปซื้อกับข้าวเพื่อมาทำอาหารเย็นแม่นยังสั่งให้แม่ซื้อเย็นตาโฟ เต้าฮวย ส่วนป๊อกสั่งพิชซ่า และเฟรนซ์ฟรายอีกด้วย แล้วแม่นก็พูดกับป๊อกว่า "วันนี้ฝรั่งมาเองนะนี่"
Rinlaporn&Omsin
16 ตุลาคม 2554
ข้อสอบ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.6 (ชุดที่ 1)
1. การประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ผู้ประดิษฐ์จะต้องมีความสามารถในด้านใด
ก. ความรวดเร็ว
ข. การตลาด
ค. มนุษยสัมพันธ์
ง. ความคิดสร้างสรรค์
2. ถ้าต้องการใช้สีให้มีความรู้สึกว่าวัสดุนั้นอยู่ใกล้เข้ามา ควรเลือกใช้สีอะไร
ก. สีเทา
ข. สีฟ้า
ค. สีสัม
ง. สีเขียว
ก. การออกแบบสิ่งประดิษฐ์
ข. การหาวัสดุมาตกแต่ง
ค. อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ
ง. การนำไปใช้ประโยชน์
4. การประดิษฐ์หมอนอิง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในห้องใด จึงจะเหมาะสมที่สุด
ก. ห้องครัว
ข. ห้องรับแขก
ค. ห้องพระ
ง. ห้องทำงาน
5. จุดประสงค์ที่สำคัญในการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ คือข้อใด
5. จุดประสงค์ที่สำคัญในการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ คือข้อใด
ก. ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
ข. ส่งเสริมให้ความรักธรรมชาติ
ค. สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
ง. นำมาขายเป็นรายได้เลี้ยงชีพ
6. ข้อใดใช้หลักการของความสมดุลในการประดิษฐ์มากที่สุด
ก. การจัดดอกไม้
ข. กล่องดินสอ
ค. ภาพแขวน
ง. ถาดผลไม้
7. ข้อใดจัดเป็นเครื่องมือสำหรับวัดระยะ
ก. ตะไบ
ข. สว่านมือ
ค กบไสไม้
ง. ตลับเมตร
8. อันตรายจากการใช้เครื่องมือ เกิดจากสาเหตุใดมากที่สุด
ก. ความปลอดภัย
ข. ความดื้อดึง
ค. ความไม่รู้
ง. ความประมาท
9. หลักการเลือกวัสดุมาใช้ในงานประดิษฐ์คือข้อใด
ก. ความประหยัด
ข. ความสวยงาม
ค. ความโอ่อ่า
ง. ความพอใจ
10. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของงานช่าง
10. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของงานช่าง
ก. การใช้สิ่งของเครื่องใช้มีอายุ
ข. ทำให้มีของใช้ใหม่ๆ
ค ช่วยประหยัดรายจ่าย
ง. ช่วยให้บ้านเป็นระเบียบสวยงาม
11. ในการออกแบบสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ
11. ในการออกแบบสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ
ก. มีรูปแบบแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร
ข. ใช้งานได้ตรงตามความต้องการ
ค ดูแลรักษายาก
ง. มีรูปแบบที่ซับซ้อน
12. การใช้เครื่องมือในการทำงานช่างควรคำนึงถึงข้อใดมากที่สุด
ก. ปลอดภัย
ข. คงทน
ค. สะอาด
ง. ประหยัด
13. ข้อใด ไม่ควร ปฏิบัติในขณะทำงาน
ก. ทำงานด้วยความตั้งใจ
ข. ใช้เครื่องมือเหมาะสมกับงาน
ค ใส่แหวนสร้อยข้อมือยาวๆ
ง. ทำงานด้วยความระมัดระวัง
14. เครื่องมือข้อใด ใช้ตัดหรือผ่าไม้ได้ดี
14. เครื่องมือข้อใด ใช้ตัดหรือผ่าไม้ได้ดี
ก. ขวาน
ข. กบไสไม้
ค. สว่าน
ง. คีม
15. ใครใช้เครื่องมือไม่เหมาะสมในการทำงาน
ก. เก่งใช้กระดาษทรายให้เรียบ
ข. ก้อยใช้ไขควงขันนอต
ค วิชัยใช้กรรไกรตัดโฟม
ง. ปองใช้มีดคัตเตอร์ตัดกระดาษ
16. ข้อใดเป็นการทำงานที่นักเรียนสามารถทำด้วยตนเองได้
ก. เดินสายไฟในบ้าน
ข. ติดตั้งตู้โชว์
ค ซ่อมโทรทัศน์
ง. ประกอบชั้นวางของ
17. เมื่อภาชนะที่เป็นพลาสติกเกิดรูรั่วควรใช้วัสดุใดอุดรูรั่วนั้นได้
ก. กระดาษปรอท
ข. เทปสองหน้า
ค กระดาษตะกั่ว
ง. กาวลาเท็กซ์
18. ข้อใดเป็นวิธีดูแลรักษาเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีส่วนที่เป็นโลหะ
ก. แช่น้ำทิ้งไว้
ข. ทาน้ำมันกันสนิม
ค ผึ่งแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรค
ง. ใช้เสร็จแล้วเก็บเข้าที่ทันที
19. วัสดุที่จะนำมาใช้ในงานประดิษฐ์ควรมีลักษณะอย่างไร
19. วัสดุที่จะนำมาใช้ในงานประดิษฐ์ควรมีลักษณะอย่างไร
ก. หาง่ายในท้องถิ่น
ข. มีเพียงชิ้นเดียว
ค นำเข้าจากต่างประเทศ
ง. มีราคาแพง
20. สิ่งประดิษฐ์ในข้อใด ยึดหลักของความสมดุลมากที่สุด
20. สิ่งประดิษฐ์ในข้อใด ยึดหลักของความสมดุลมากที่สุด
ก. ดอกไม้จากกระดาษสา
ข. ปลาตะเพียนแขวน
ค หมอนอิง
ง. ตุ๊กตาล้มลุก
21. สีใดจะช่วยเพิ่มขนาดของวัตถุให้ใหญ่ขึ้นมาได้ดี
ก. สีเทา
ข. สีเขียว
ค. สีม่วงแดง
ง. สีน้ำเงิน
22. กระบวนการออกแบบและกระบวนการเทคโนโลยีสัมพันธ์กันในขั้นตอนใด
ก. กำหนดความต้องการ
ข. ออกแบบและปฏิบัติ
ค หาวิธีแก้ปัญหา
ง. ประเมินผลงาน
23. การทำงานประดิษฐ์ ควรเริ่มจากสิ่งใดเป็นอันดับแรกในการประดิษฐ์
ก. ความประณีตในการทำงาน
ข. การวางแผนอย่างรอบคอบ
ค การใช้เครื่องมืออย่างระมัดระวัง
ง. การตรวจสอบข้อบกพร่องของงาน
24. เครื่องมือในงานช่างชนิดใด ที่ใช้ในการขัดผิวไม้ ให้มีความเรียบ
ก. กระดาษกาว
ข. กระดาษทราย
ค คัตเตอร์
ง. เลื่อย
25. ในการออกแบบเราจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ ยกเว้น ในข้อใด
ก. มีความแข็งแรงทนทาน
ข. มีรูปแบบที่สวยงาม
ค ไม่เกิดอันตรายกับผู้ใช้
ง. ซ่อมแซมได้ยาก
26. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของงานช่าง
ก. ทำให้สิ่งของมีอายุการใช้งานนานขึ้น
ข. มีของใช้ใหม่ๆ ตรงตามความต้องการ
ค ช่วยให้ของใช้ไม่พังเลย
ง. ช่วยประหยัดรายจ่าย
27. ในการบำรุงรักษาเครื่องเรือนที่เป็นเครื่องหนัง ควรทำอย่างไร
ก. ปัดฝุ่น ใช้น้ำผสมผงซักฟอกเช็ด
ข. ปัดฝุ่น แล้วใช้ผ้าชุบน้ำยาขัดเงาเช็ด
ค นำไปผึ่งแดดฆ่าเชื้อโรค
ง. ใช้น้ำสะอาดล้าง
28. เมื่อเราพบว่ามีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ชำรุด ควรทำอย่างไร
ก. ควรซ่อมแซม
ข. นำไปทิ้ง
ค นำไปให้ผู้อื่นใช้
ง. วางไว้เฉยๆ
29. เราสามารถใช้วัสดุใดอุดรูรั่วของกะละมังซักผ้าแทนแผ่นกระดาษตะกั่วได้
ก. กาวลาเท็กซ์
ข. กระดาษกาว
ค ดินน้ำมัน
ง. เทปพันสายไฟ
30. ในการทาน้ำมันตรงส่วนที่เป็นโลหะของเครื่องมือต่างๆ ทาเพื่ออะไร
ก. ป้องกันสนิม
ข. ให้เป็นเงางาม
ค เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น
ง. ให้เครื่องมือดูใหม่อยู่เสมอ
31. ข้อใด ไม่ควร ปฏิบัติในการทำงานช่าง
ก. นำเครื่องมือไปใช้โดยที่ไม่ได้ตรวจสอบ
ข. แต่งกายรัดกุม
ค ทำงานในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ
ง. ศึกษาวิธีใช้เครื่องมือแต่ละชนิด
32. เครื่องใช้ในบ้านชนิดใด ที่ต้องเสียบปลั๊กทิ้งไว้ตลอดเวลา
ก. วิทยุ
ข. โทรทัศน์
ค. ตู้เย็น
ง. หม้อหุงข้าว
33. ถ้าเรารีดชำรุดมากๆ ควรทำอย่างไร
ก. ทดลองซ่อมเอง
ข. นำไปทิ้ง
ค นำไปขายเป็นของเก่า
ง. นำไปซ่อมที่ร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า
34. ปูเปิดร้านตัดผม เป็นการทำธุรกิจแบบใด
ก. ธุรกิจอุตสาหกรรม
ข. ธุรกิจเกษตรกรรม
ค ธุรกิจการให้บริการ
ง. ธุรกิจด้านการเงิน
35. ข้อใด ไม่ใช่ ปัจจัยที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจ
ก. มีญาติมาก
ข. แรงงาน
ค. ที่ดิน
ง. การประกอบการ
36. ข้อใด ไม่ใช่ คุณลักษณะของผู้ประกอบการธุรกิจ
ก. ซื่อสัตย์
ข. มีอำนาจ
ค. เสียสละ
ง. ตรงต่อเวลา
37. งานธุรกิจประเภทอุตสาหกรรม ตรงกับข้อใด
37. งานธุรกิจประเภทอุตสาหกรรม ตรงกับข้อใด
ก. ทำประมง
ข. ทำร้านเสริมสวย
ค ให้เงินกู้
ง. ทำอาหารกระป๋อง
38. คุณลักษณะของวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลางคุณลักษณะใดไม่ใช่
ก. เป็นสินค้าแฮนด์เมด
ข. ใช้เงินทุนและแรงงานมาก
ค เป็นกิจการในครัวเรือน
ง. ควบคุมสินค้าได้อย่างทั่วถึง
39. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของการทำธุรกิจ
ก. ผลิต
ข. ให้บริการ
ค จำหน่าย
ง. ให้เงินกู้
40. ถ้าผลิตเงาะกระป๋องออกมามากๆ จะต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค ข้อความดังกล่าวแสดงความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจประเภทใด
40. ถ้าผลิตเงาะกระป๋องออกมามากๆ จะต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค ข้อความดังกล่าวแสดงความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจประเภทใด
ก. อุตสาหกรรม - การค้า
ข. การบริการ - การค้า
ค การค้า - การบริหาร
ง. การบริการ – อุตสาหกรรม
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)