จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

26 ตุลาคม 2554

นอกเมือง...ในกรุง


บทที่ ๑๐
นอกเมือง...ในกรุง
เนื้อหา

..........นอกเมือง...ในกรุง เป็นเรื่องของเด็กชายไก่แจ้ที่อยู่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้เข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยเริ่มเรื่องจากไก่แจ้อยู่กับพ่อ แม่ ตา และ ยายที่หมู่บ้านเล็ก ๆ อยุ่ไกลจากตัวเมืองมาก บริเวณบ้านของไก่แจ้มีพื้นที่กว้าง พอพ้นจากตัวบ้านจะเป็นพื้นที่สวนครัว มีผักหลายชนิด เช่น พริก มะเขือ ข่า ตะไคร้ โหระพา ดอกแค ขี้เหล็ก ต่อจากนั้นก็เป็นสวนผลไม้ซึ้งมีมะม่วงน้ำดอกไม้ที่มีรสหวานอร่อย  ส่วนรั้วบ้านก็เป็นรั้วกินได้ คือปลูกกระถินเป็นแนวไว้สำหรับเก็บยอดอ่อนรับประทาน ไก่แจ้เรียกผักสวนครัว ผลไม้ และยอดกระถินริมรั้วว่า " อาหารมิตรภาพ " เพื่อนบ้านคนไหนอยากกินก็มาขอกินได้ พอถึงหน้ามะม่วง ตากับพ่อจะช่วยกันสอยลงมาแจกบ้านโน้นบ้านนี้ คนที่ได้รับแจกมะม่วงจะทำข้าวเหนียวมูนมาให้

..........ตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน ไก่แจ้จะช่วยพ่อให้อาหารไก่และเก็บไข่ไก่ไว้เป็นอาหารส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือจะนำไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อกับข้าวที่แม่บอก โรงเรียนของไก่แจ้อยู่ในวัดท้ายหมู่บ้าน ไก่แจ้และเพื่อน ๆ จึงเดินไปโรงเรียน เดินไปคุยกันไปโดยไม่รีบร้อนและไม่ต้องคอยระวังรถที่จะชน เพราะไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่าน อากาศเย็นสบายและปลอดโปร่งทำให้สดชื่นและหายใจได้เต็มปอด เวลารับประทานอาหารกลางวัน เพื่อน ๆ เพื่อน ๆ และไก่แจ้จะนำกับข้าวของตนมาวางไว้เป็นกองกลาง นั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน ทำให้ได้กินอาหารหลายรสชาติแตกต่างกันไป หลังเลิกเรียน ไก่แจ้และเพื่อน ๆ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะพากันเล่นเตะฟุตบอล บ้างก็เล่นตี่จับ กระโดเชือก วิ่งแข่ง ที่สนามหญ้าหน้าโรงเรียนเป็นการออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพดี ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไก่แจ้เลยหัวแข็งไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย ๆ

..........แล้ววันหนึ่งพ่อก็มาบอกไก่แจ้ว่า ช่วงปิดเรียนภาคปลายจะพาไก่แจ้ไปอยู่กับอาหนอดที่กรุงเทพฯ เพื่อไปเรียนเสริมทักษะวิชาศิลปะและคอมพิวเตอร์ซึ่งถูกใจไก่แจ้มาก พอไปถึงบ้านอาหนอดที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งทุกบ้านแทบไม่มีบริเวณ มีกำแพงปละประตูเหล็กปิดกั้นไม่เห็นภายใน ต่างคนต่างอยู่ ต้นไม้ใหญ่ ๆ มีให้เห็นบ้างแต่เป็นต้นไม้ประเภทสวยงามมากกว่าพวกอาหารมิตรภาพอย่างแถวบ้านไก่แจ้

..........ที่บ้านอาหนอด ไก่แจ้ต้องตื่นตั้งแต่ตีหา้ครึ่งเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน อาหนอดบอกว่า ถ้าออกจากบ้านหลังหกโมงเช้ารถจะติดมาก ไก่แจ้มัวแต่กินข้าวช้าเพราะกินไม่ค่อยลง และต้องหยิบอุปกรณ์การเรียนหลายครั้งทำให้อาหนอดขับรถออกจากบ้านช้าไป ๑๕ นาที พอโผล่ออกจากหมู่บ้านจะเข้าถนนใหญ่ก็เห็นรถติดกันจนมองไม่เห็นพื้นถนน ทุกคนดูรีบร้อนเพื่อจะไปให้ถึงจุดหมายกันทั้งนั้น และกว่าอาหนอดจะขับรถเลี้ยวเข้าถนนที่จะไปที่ทำงาน อาหนอดต้องคอยอยู่นานจึงมีคนใจดียอดเปิดทางให้อาหนอดขับรถแทรกเข้าไปและขับรถเลี้ยวได้

..........อาหนอดจอดรถไว้ที่ที่ทำงานแล้วพาไก่แจ้เดินไปที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักเพื่อจะไปโรงเรียน ไก่แจ้เดินดูร้านขายของสารพัดจนเพลินจึงถูกคนเดินชนจนเซหลายครั้ง อาหนอดพาไก่แจ้เดินลงไปสถานีรถฟฟ้าใต้ดินซึ่งอยู่ลึกมาก ต้องลงทั้งบันไดเลื่อนและบันไดธรรมดา ต้องซื้อเหรียญเป็นค่าโโดยสารตามระยะทางที่ไปแล้วนำเหรียญมาแตะตรงจุดที่กำหนดเพื่อให้ประตูทางที่จะไปขึ้นรถเปิด ถ้าเดินช้าก็จะถูกประตูหนีบตัวเอา ผู้คนเต็มไปหมด ทุกคนดูเร่งรีบ ในรถไฟฟ้าใต้ดินมีที่นั่งจำกัด หลายคนต้องยืน รวมทั้งอาหนอดด้วย ไม่มีใครสละที่ให้เด็กนั่ง ไก่แจ้ต้องกอดเองอาหนอดไว้แน่นเพราะกลัวหกล้มและรู้สึกอึดอัด เหมือนไม่มีอากาศหายใจ พอถึงที่หมายต้องรีบออกจากรถ หยอดเหรียญโดยสารคืนใส่ตู้เพื่อให้ประตูทางออกเปิด แล้วรีบเดินขึ้นไปชั้นบนของสถานี ไก่แจ้เดินอย่างไม่มีแรง หน้าซีด เพราะเมารถเมาคน เลยต้องยืนพิงผนังพักสักครู่

..........อาหนอดไปส่งไก่แจ้ที่โรงเรียนและบอกไก่แจ้ว่าตอนเย็นจะมารับแล้วจึงกลับไปที่ทำงาน ตอนพักกลางวัน ไก่แจ้เริ่มรู้จักเพื่อน ๒ - ๒ คน แต่ยังไม่ได้คุยอะไรกันมาก เพราะเวลาคุยกับเขาก็คุยแต่เรื่องเกม โทรศพท์ มือถือ ละครโทรทัศน์ ไก่แจ้ไม่รู้เรื่องเลยนั่งฟังเฉย ๆ ได้แต่คิดว่าคงต้องไปหาความรู้จากอาหนอด อาหารกลางวันต่างคนต่างซื้อ ต่างคนต่างรับประทาน ไม่เหมือนเพื่อน ๆ ที่บ้านของไก่แจ้

..........พอโรงเรียนเลิกอาหนอดก็มารับกลับบ้าน โดยขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินเหมือนเดิมแล้วไปขึ้นรถอาหนอด กวาจะถึงบ้านก็เกือบทุ่ม ไก่แจ้หิวข้าวจนตาลาย โชคดีที่ย่าทำกับข้าวไว้แล้ว กินข้าวเสร็จก็อาบน้ำ เข้านอนทันทีโดยไม่ได้ยินคำถามที่ย่าถามว่า " ตกลงจะมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯไหม? ลูก มาอยู่กับย่าเลยนะ " ถ้าเพื่อนๆ เป็นไก่แจ้คิดว่า " อยู่ที่ไหน ดีกว่ากัน "





Rinlaporn&Omsin

อาหารที่ดีมีคุณภาพ


บทที่ ๙
อาหารดีมีคุณภาพ
เนื้อหา

..........อาหารที่ดีมีคุณภาพ เป็นเรื่องการเลือกอาหารกินของคนในในครอบครัวหนึ่งโดยเริ่มต้นด้วยพ่อแม่พาลูกสาวชื่อปอกับป๋อไปออกกำลังกายที่สวนสมเด็จย่าใกล้บ้านทุกอาทิตย์และได้รับแจกหนังสือ ๑๙๐ เมนูชูสุขภาพ ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีรายการอาหารมากมาย ซึ่งเขาเลือกมาแล้วว่ามีคุณค่าทางอาหารที่จะช่วยให้คนไทยมีสุขภาพดี ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย เขาจัดอาหารเป็นกลุ่ม ๆ และบอกด้วยว่า แต่ละกลุ่มช่วยให้สุขภาพดีอย่างไรเช่น
..........กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ให้ใยอาหารสูง ช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวก ป้องกันโรคท้องผูกและริดสีดวงทวาร ได้แก่ ข้าวยำปักษ์ใต้ ยำผักรวม น้ำพริกต่าง ๆ โจ๊กข้าวกล้อง ข้าวกล้อง ผัดรวมมิตร ขนมจีนน้ำยาป่า ขนมจีนแกงป่า ฯลฯ

..........กลุ่มที่ ๒ กลุ่มที่ให้แคลเซี่ยมสูง ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรงป้องกันโรคกระดูกพรุน ได้แก่ น้ำพริกกะปิ ปลาทู ยำยอดคะน้า ลาบเต้าหู้ น้ำพริกปลาร้า ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ฯลฯ

..........กลุ่มที่ ๓ กลุ่มที่ให้วิตามินเอและธาตุเหล็กสูง ช่วยให้ดวงตาสดใส เพิ่มความต้านทานโรค ช่วยในการเจริญเติบโต เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ได้แก่ เกาเหลาเลือดหมู แกงจืดตำลึง ซุปฟักทอง ซุปข้าวโพด ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวผัดรวมมิตร ก๋วยเกี๋ยวต้มยำ ฯลฯ

..........กลุ่มที่ ๔ กลุ่มที่มีไขมันต่ำ ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน โรคเบาหวาน ได้แก่ ปลากะพงลวกจิ้ม ปลาช่อนเผา ส้มตำ สุกี้น้ำ ต้มยำกุ้ง ลาบปลา ก๋วยเตี๋ยวปลา ฯลฯ

..........พ่อแม่และลูกสาวทั้งสองคนจึงช่วยกันเลือกอาหารที่จะรับประทานกันในแต่ละมื้อให้เป็นไปตามหนังสือ ๑๙๐ เมนูชูสุขภาพที่แม่ได้รับแจกมาโดย
          พ่อ  เป็นผู้เลือกอาหารมื้อกลางวันของวันอาทิตย์นี้ คือ ข้าวคลุกกะปิกับแกงจืดเต้าหู้ เพราะว่ามีแคลเซี่ยมสูง ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ซึ่งทุกคนเห็นด้วย
          แม่  จะทำลาบปลาดุกกินกับผักสดที่เก็บจากสวนหลังบ้านเป็นอาหารมื้อเย็น เพราะเป็นอาหารที่มีไขมันต่ำ กินแล้วไม่ทำให้อ้วน ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

..........วันอาทิตย์ต่อมา
          ป๋อ  เลือกผักกะเพราไก่ใส่ตับ แกงจืดตำลึงใส่หมูสับ เพราะมีวิตามินเอและธาตุเหล็กสูง เด็ก ๆ จะได้มีดวงตาที่สดใส

......... อาทิตย์ต่อไป
          ปอ  เลือกข้าวยำปักษ์ใต้ซึ่งเป็นอาหารกลุ่มที่มีใยอาหารสูง กินแล้วท้องไม่ผูก ในแต่ละสัปดาห์ทุกคนจะมีความสุขมากที่ได้เลือกอาหารสุขภาพสลับสับเปลี่ยนกันไป




Rinlaporn&Omsin

คิดไปรู้ไป

บทที่ ๘
คิดไปรู้ไป
เนื้อหา

..........คิดไปรู้ไป เป็นการทำรายงานเรื่อง กีฬาโอลิมปิก ของแม่นกับป๊อก โดยเริ่มเรื่องจากแม่ของแม่น ได้รับโทรศัพท์ จากแม่ของป๊อกว่าป๊อกจะมาช้าหน่อยเพราะรถของป๊อกเสีย กำลังซ่อมอยู่ แต่ในที่สุดแม่ของป๊อกก็พาป๊อกนั่งแท็กซี่มาที่บ้านแม่นเพราะรถซ่อมไม่เสร็จ ป๊อกเป็นเพื่อนรักของแม่น เป็นเด็กพิเศษที่เรียกว่า "ออทิสติก" ป๊อกไม่ค่อยสบสายตาเวลาพูด ชอบอยู่คนเดียว บางครั้งก็หัวเราะโดยไม่มีสาเหตุ เราต้องพูดประโยคสั้น ๆ เขาจึงจะจำได้ ถ้าพูดยาวเขาจะไม่เข้าใจ แต่เขาเล่นเปียโนเก่ง  มีความจำเป็นเลิศ และไม่แกล้งใคร

..........เมื่อป๊อกมาถึงและรับประทานอาหารเช้าซึ่งแม่ของแม่นเตรียมไว้ให้คือ แซนด์วิชกับน้ำแอปเปิ้ล แล้วป๊อกก็เข้านั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เข้าเว็บไซต์ และคีย์ข้อมูล ประวัติโอลิมปิก ตามที่แม่นบอก ป๊อกเป็นคนเข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้เก่งมาก พิมพ์คล่อง รอเพียงชั่วครู่ ข้อความยาวเหยียดก็ปรากฎที่หน้าจอ แม่นบอกให้ป๊อกพริ้นออกมาจะได้อ่านได้สะดวก ถ้าอ่านในจอจะเสียสายตา เพราะแสงสว่างมาก ทั้งสองคนอ่านข้อมูลที่ค้นออกมาได้ รอบๆ ตัวมีกองหนังสือพิมพ์หลายฉบับซึ่งมีทั้งภาพและข่าวการแข่งขันกีฬาข้อมูลกีฬาโอลิมปิกที่ค้นมาได้พอสรุปได้ดังนี้

..........การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้จัดให้มีขึ้นเมื่อ ๑๐๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช บนยอดเขาโอลิมปัส แคว้นอีลิส ในประเทศกรีซ นักกีฬาเป็นผู้ชายเท่านั้นและจะต้องเปลือยกายเข้าแข่งขันเพื่อประกวดความสมส่วนของร่างกายด้วยและให้เข้าชมได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น

..........ต่อมาอีก ๓๐๐ ปี ได้ย้ายมาจัดการแข่งขันที่เชิงเขาโอลิมปัส ผู้เข้าแข่งขันต้องสวมกางเกงและเปิดให้ผู้หญิงเข้าชมได้ แต่ไม่อนุญาตเข้าแข่งขัน การแข่งขันเป็นประเภทกรีฑา ๕ ประเภท ผู้เข้าแข่งขะต้องแข่งทั้ง ๕ ประเภท ได้แก่ การวิ่ง กระโดด มวยปล้ำ พุ่งแหลน และขว้างจักร ผู้ชนะจะได้รับรางวัลเป็น มงกุฎที่ทำด้วยใบมะกอก และได้เดินทางท่องเที่ยวทุึกรัฐ การแข่งขันจะจัดให้มีขึ้นทุก ๆ ๔ ปี

..........การแข่งขันดำเนินมาเป็นเวลา ๑,๒๐๐ ปี แล้วยุติลงไปนานถึง ๑,๕๔๓ ปี มารื้อฟื้นขึ้นใหม่ใน ค.ศ. ๑๘๙๖ (พ.ศ. ๒๔๓๙)

..........ใน ค.ศ. ๒๐๐๔ (พ.ศ. ๒๕๔๗) ได้มีการจัดแข่งขันที่กรุงเอเธนส์ เรียกว่า "เอเธนส์ ๒๐๐๔" สหรัฐอเมริกาได้เหรียญทองเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ จีน ส่วนประเทศไทยได้เหรียญทอง ๓ เหรียญ เหรียญเงิน ๑ เหรียญ เหรียญทองแดง ๓ เหรียญ รวมเป็น ๗ เหรียญ จัดเป็นลำดับทที่ ๒๕

..........ส่วนการแข่งขันกีฬาของคนพิการในระดับนานาชาติ ที่เรียกว่า พาราลิมปิก นั้นก็ได้จัดให้มีขึ้นทุก ๆ ๔ ปี หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

..........พาราลิมปิกเกมส์จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงโรม เมืองหลวงของประเทศอิตาลี เมื่อ ค.ศ. ๑๙๖๐ (พ.ศ. ๒๕๐๓) มีกีฬาบังคับที่แข่งขันจนถึงปัจจุบัน ๖ ชนิด คือ ยิงธนู กรีฑา ว่ายน้ำ ฟันดาบ บาสเกตบอล และ เทเบิลเทนนิส

..........ประเทศไทยได้ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์เป็นครั้งแรก ในการแข่งขันครั้งที่ ๗ แต่ไม่ได้รับเหรียญ ได้รับเหรียญเงินครั้งแรกในการแข่งขันครั้งที่ ๙ ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และได้รับเหรีญญทองจากการแข่งขันครั้งที่ ๑๑ ที่ชิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

..........ค.ศ. ๒๐๐๔ (พ.ศ. ๒๕๔๗) ได้จัดแข่งขันขึ้นเป็นครั้งที่ ๑๒ ที่ประเทศกรีซ สถานที่ซึ่งเป็นที่เริ่มต้นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ได้มีการเพิ่ม การแข่งขัน ขึ้นเป็น ๒๑ ชนิด ไทยได้ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันเพิ่ม ๙ ชนิด ได้เหรียญทอง ๙ เหรียญ เหรียญเงิน ๓ เหรียญ และเหรียญทองแดง ๓ เหรียญ รวม ๑๕ เหรียญ

..........เมื่อแม่นและป๊อกสรุปเรื่องราวเสร็จป๊อกเป็นผู้พิมพ์รายงานแล้วพริ้นท์ออกมาเพื่อติดภาพจากหนังสือพิมพ์แล้วนำรูปเล่มพร้อมกับเซฟข้อมูลลงแผ่นดิสก์ เสร็จแล้วก็หยุดรับประทานอาหารเที่ยงที่แม่ของแม่นเตรียมไว้ให้ ซึ่งมีทั้งเฉาก๊วย คุกกี้ เค้กชอกโกแลต ไอศกรีมเยลลี่ และเมื่อแม่ไปซื้อกับข้าวเพื่อมาทำอาหารเย็นแม่นยังสั่งให้แม่ซื้อเย็นตาโฟ เต้าฮวย ส่วนป๊อกสั่งพิชซ่า และเฟรนซ์ฟรายอีกด้วย แล้วแม่นก็พูดกับป๊อกว่า "วันนี้ฝรั่งมาเองนะนี่" 


Rinlaporn&Omsin

16 ตุลาคม 2554

ข้อสอบ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.6 (ชุดที่ 1)

1. การประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ผู้ประดิษฐ์จะต้องมีความสามารถในด้านใด
          .        ความรวดเร็ว
          .        การตลาด
          .        มนุษยสัมพันธ์
          .        ความคิดสร้างสรรค์
2.  ถ้าต้องการใช้สีให้มีความรู้สึกว่าวัสดุนั้นอยู่ใกล้เข้ามา ควรเลือกใช้สีอะไร
          .        สีเทา                                 
          ข.        สีฟ้า
          .        สีสัม                                  
          ง.        สีเขียว
3.  ถ้าต้องการประดิษฐ์เศษวัสดุให้เป็นของใช้ จะต้องศึกษาเรื่องใดก่อน
          .        การออกแบบสิ่งประดิษฐ์
          .        การหาวัสดุมาตกแต่ง
          .        อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ
          .        การนำไปใช้ประโยชน์
4.  การประดิษฐ์หมอนอิง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในห้องใด จึงจะเหมาะสมที่สุด
          .        ห้องครัว                           
          ข.        ห้องรับแขก
          .        ห้องพระ                          
          ง.        ห้องทำงาน
5.  จุดประสงค์ที่สำคัญในการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ คือข้อใด
          .        ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
          .        ส่งเสริมให้ความรักธรรมชาติ
          .        สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
          .        นำมาขายเป็นรายได้เลี้ยงชีพ
6. ข้อใดใช้หลักการของความสมดุลในการประดิษฐ์มากที่สุด
          .        การจัดดอกไม้
          .        กล่องดินสอ
          .        ภาพแขวน
          .        ถาดผลไม้
7.  ข้อใดจัดเป็นเครื่องมือสำหรับวัดระยะ
          .        ตะไบ                                
          ข.       สว่านมือ
          ค       กบไสไม้                            
          ง.       ตลับเมตร
8. อันตรายจากการใช้เครื่องมือ เกิดจากสาเหตุใดมากที่สุด
          .        ความปลอดภัย
          .        ความดื้อดึง
          .        ความไม่รู้
          .        ความประมาท
9.  หลักการเลือกวัสดุมาใช้ในงานประดิษฐ์คือข้อใด
          .        ความประหยัด 
          ข.       ความสวยงาม
          ค.       ความโอ่อ่า                         
          ง.      ความพอใจ
10. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของงานช่าง
          .        การใช้สิ่งของเครื่องใช้มีอายุ
          ข.      ทำให้มีของใช้ใหม่ๆ
          ค       ช่วยประหยัดรายจ่าย
          ง.      ช่วยให้บ้านเป็นระเบียบสวยงาม
11. ในการออกแบบสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ
          .        มีรูปแบบแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร
          ข.      ใช้งานได้ตรงตามความต้องการ
          ค       ดูแลรักษายาก
          ง.      มีรูปแบบที่ซับซ้อน
12.  การใช้เครื่องมือในการทำงานช่างควรคำนึงถึงข้อใดมากที่สุด
          .        ปลอดภัย                          
          ข.        คงทน
          ค.        สะอาด               
          ง.        ประหยัด
13. ข้อใด ไม่ควร ปฏิบัติในขณะทำงาน
          .        ทำงานด้วยความตั้งใจ
          ข.      ใช้เครื่องมือเหมาะสมกับงาน
          ค       ใส่แหวนสร้อยข้อมือยาวๆ
          ง.      ทำงานด้วยความระมัดระวัง
14. เครื่องมือข้อใด ใช้ตัดหรือผ่าไม้ได้ดี
          .        ขวาน                                
          ข.       กบไสไม้
          ค.        สว่าน                                  
         ง.         คีม
15. ใครใช้เครื่องมือไม่เหมาะสมในการทำงาน
          .        เก่งใช้กระดาษทรายให้เรียบ
          ข.      ก้อยใช้ไขควงขันนอต
          ค       วิชัยใช้กรรไกรตัดโฟม
          ง.       ปองใช้มีดคัตเตอร์ตัดกระดาษ
16. ข้อใดเป็นการทำงานที่นักเรียนสามารถทำด้วยตนเองได้
          .        เดินสายไฟในบ้าน
          ข.      ติดตั้งตู้โชว์
          ค       ซ่อมโทรทัศน์
          ง.      ประกอบชั้นวางของ
17. เมื่อภาชนะที่เป็นพลาสติกเกิดรูรั่วควรใช้วัสดุใดอุดรูรั่วนั้นได้
          .        กระดาษปรอท
          ข.      เทปสองหน้า
          ค       กระดาษตะกั่ว
          ง.      กาวลาเท็กซ์
18. ข้อใดเป็นวิธีดูแลรักษาเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีส่วนที่เป็นโลหะ
          .        แช่น้ำทิ้งไว้
          ข.      ทาน้ำมันกันสนิม
          ค       ผึ่งแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรค
          ง.      ใช้เสร็จแล้วเก็บเข้าที่ทันที
19. วัสดุที่จะนำมาใช้ในงานประดิษฐ์ควรมีลักษณะอย่างไร
          .        หาง่ายในท้องถิ่น
          ข.      มีเพียงชิ้นเดียว
          ค       นำเข้าจากต่างประเทศ
          ง.      มีราคาแพง
20. สิ่งประดิษฐ์ในข้อใด ยึดหลักของความสมดุลมากที่สุด
          .        ดอกไม้จากกระดาษสา
          ข.      ปลาตะเพียนแขวน
          ค       หมอนอิง
          ง.      ตุ๊กตาล้มลุก
21. สีใดจะช่วยเพิ่มขนาดของวัตถุให้ใหญ่ขึ้นมาได้ดี
          .        สีเทา                                 
          ข.       สีเขียว
          ค.       สีม่วงแดง                          
          ง.       สีน้ำเงิน
22. กระบวนการออกแบบและกระบวนการเทคโนโลยีสัมพันธ์กันในขั้นตอนใด
          .        กำหนดความต้องการ
          ข.      ออกแบบและปฏิบัติ
          ค       หาวิธีแก้ปัญหา
          ง.      ประเมินผลงาน
23. การทำงานประดิษฐ์ ควรเริ่มจากสิ่งใดเป็นอันดับแรกในการประดิษฐ์
          .        ความประณีตในการทำงาน
          ข.      การวางแผนอย่างรอบคอบ
          ค       การใช้เครื่องมืออย่างระมัดระวัง
          ง.      การตรวจสอบข้อบกพร่องของงาน
24. เครื่องมือในงานช่างชนิดใด ที่ใช้ในการขัดผิวไม้ ให้มีความเรียบ
          .        กระดาษกาว
          ข.      กระดาษทราย
          ค       คัตเตอร์
          ง.      เลื่อย
25. ในการออกแบบเราจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ ยกเว้น ในข้อใด
          .        มีความแข็งแรงทนทาน
          ข.      มีรูปแบบที่สวยงาม
          ค       ไม่เกิดอันตรายกับผู้ใช้
          ง.      ซ่อมแซมได้ยาก
26. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของงานช่าง
          .        ทำให้สิ่งของมีอายุการใช้งานนานขึ้น
          ข.      มีของใช้ใหม่ๆ ตรงตามความต้องการ
          ค       ช่วยให้ของใช้ไม่พังเลย
          ง.      ช่วยประหยัดรายจ่าย
27. ในการบำรุงรักษาเครื่องเรือนที่เป็นเครื่องหนัง  ควรทำอย่างไร
          .        ปัดฝุ่น ใช้น้ำผสมผงซักฟอกเช็ด
          ข.      ปัดฝุ่น แล้วใช้ผ้าชุบน้ำยาขัดเงาเช็ด
          ค       นำไปผึ่งแดดฆ่าเชื้อโรค
          ง.      ใช้น้ำสะอาดล้าง
28. เมื่อเราพบว่ามีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ชำรุด ควรทำอย่างไร
          .        ควรซ่อมแซม
          ข.      นำไปทิ้ง
          ค       นำไปให้ผู้อื่นใช้
          ง.      วางไว้เฉยๆ
29. เราสามารถใช้วัสดุใดอุดรูรั่วของกะละมังซักผ้าแทนแผ่นกระดาษตะกั่วได้
          .        กาวลาเท็กซ์
          ข.      กระดาษกาว
          ค       ดินน้ำมัน
          ง.      เทปพันสายไฟ
30. ในการทาน้ำมันตรงส่วนที่เป็นโลหะของเครื่องมือต่างๆ ทาเพื่ออะไร
          .        ป้องกันสนิม
          ข.      ให้เป็นเงางาม
          ค       เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น
          ง.      ให้เครื่องมือดูใหม่อยู่เสมอ
31. ข้อใด ไม่ควร ปฏิบัติในการทำงานช่าง
          .        นำเครื่องมือไปใช้โดยที่ไม่ได้ตรวจสอบ
          ข.      แต่งกายรัดกุม
          ค       ทำงานในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ
          ง.      ศึกษาวิธีใช้เครื่องมือแต่ละชนิด
32. เครื่องใช้ในบ้านชนิดใด ที่ต้องเสียบปลั๊กทิ้งไว้ตลอดเวลา
          .        วิทยุ                                   
          ข.       โทรทัศน์
          ค.       ตู้เย็น                                   
          ง.      หม้อหุงข้าว
33. ถ้าเรารีดชำรุดมากๆ ควรทำอย่างไร
          .        ทดลองซ่อมเอง
          ข.      นำไปทิ้ง
          ค       นำไปขายเป็นของเก่า
          ง.      นำไปซ่อมที่ร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า
34. ปูเปิดร้านตัดผม เป็นการทำธุรกิจแบบใด
          .        ธุรกิจอุตสาหกรรม
          ข.      ธุรกิจเกษตรกรรม
          ค       ธุรกิจการให้บริการ
          ง.      ธุรกิจด้านการเงิน
35. ข้อใด ไม่ใช่ ปัจจัยที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจ
          .       มีญาติมาก                        
          ข.       แรงงาน
          ค.       ที่ดิน                   
          ง.       การประกอบการ
36. ข้อใด ไม่ใช่ คุณลักษณะของผู้ประกอบการธุรกิจ
          .        ซื่อสัตย์                             
          ข.       มีอำนาจ
          ค.      เสียสละ                             
          ง.       ตรงต่อเวลา
37.  งานธุรกิจประเภทอุตสาหกรรม ตรงกับข้อใด
          .        ทำประมง
          ข.      ทำร้านเสริมสวย
          ค       ให้เงินกู้
          ง.      ทำอาหารกระป๋อง
38. คุณลักษณะของวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลางคุณลักษณะใดไม่ใช่
          .        เป็นสินค้าแฮนด์เมด
          ข.      ใช้เงินทุนและแรงงานมาก
          ค       เป็นกิจการในครัวเรือน
          ง.      ควบคุมสินค้าได้อย่างทั่วถึง
39. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของการทำธุรกิจ
          .        ผลิต                                   
          ข.       ให้บริการ
          ค       จำหน่าย                             
          ง.       ให้เงินกู้
40. ถ้าผลิตเงาะกระป๋องออกมามากๆ จะต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค ข้อความดังกล่าวแสดงความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจประเภทใด
          .      อุตสาหกรรม - การค้า
          ข.      การบริการ - การค้า
          ค       การค้า - การบริหาร
          ง.      การบริการ  อุตสาหกรรม

By : Rinlaporn Airsan